หน้าแรกFlash Newsชูวิทย์ โพสต์ฟาดแรงส์!! วิกฤตโรคระบาด ( ไบเด็น กับ บิ๊กตู่ฯ ภาวะผู้นำที่แตกต่าง  )

ชูวิทย์ โพสต์ฟาดแรงส์!! วิกฤตโรคระบาด ( ไบเด็น กับ บิ๊กตู่ฯ ภาวะผู้นำที่แตกต่าง  )

สิ่งที่น่ากังวล เมื่อโควิดกลายพันธุ์ สายพันธ์อังกฤษระบาดในไทย ได้ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดรายวันพุ่งขึ้นไม่หยุด จากความรุนแรงของเชื้อและแพร่กระจายง่ายอย่างรวดเร็วมากขึ้นหลายเท่า คนอายุน้อยล้มตายลงมากขึ้น ตอนนี้มันไม่ได้คร่าชีวิตเฉพาะผู้สูงอายุอีกต่อไป แต่อายุน้อยก็เสียชีวิตได้ง่ายขึ้น  เกรงว่าไทยจะอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก

วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้โพสต์ข้อความว่า  ภาวะผู้นำที่แตกต่าง  ลูกผมคนนึงอยู่ที่อเมริกา เดินเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ต เซฟเวย์ ( Safe Way Supermarket ) ถนนมารีน่า ที่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย  มีร้านขายยาอยู่ในนั้น เดินดุ่ยๆ เข้าไปบอกว่า ขอฉีดวัคซีนโควิด-19  เขาก็รีบจัด

ให้เลยครับ ไม่ต้องถามไถ่อะไร หรือขอตรวจบัตรประชาชน พาสปอร์ตให้มากเรื่อง  ฉีดเสร็จ ก็ให้บัตรฉีดวัคซีนใบนี้มาเก็บไว้ นัดฉีดครั้งต่อไปอีก 3 อาทิตย์ข้างหน้า ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายแม้แต่เหรียญเดียว ไม่ต้องนั่งรอ ไม่ต้องตรวจหลักฐานสอบประวัติให้วุ่นวาย

ประธานาธิบดี “ไบเด็น” ออกข่าวเช้าเย็นเรื่อง วัคซีน นี่เพิ่งออกข่าวสดๆ ร้อนๆ เพิ่มมาตรการกระตุ้นให้ฉีดวัคซีนมากกว่า 70% ภายในวันชาติอเมริกา 4 กรกฎาคม ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้นำ ไบเด็นตั้งหน้าตั้งตาฉีด

วัคซีนให้มากที่สุด เพราะรู้ว่าเรื่องนี้สำคัญสุด มีผลต่อเศรษฐกิจประเทศและขวัญกำลังใจของประชาชน แต่ผู้นำไทยอยู่มานานกับโควิด ฉีดได้ถึงวันนี้แค่ 1,500,000 โดส เท่านั้น เรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับว่าประเทศอเมริการ่ำรวยกว่าประเทศไทย แต่อยู่ที่วิสัยทัศน์ของความเป็นผู้นำที่แตกต่างกัน

ไบเด็นอยู่มาแค่ 100 วัน ก็ทำให้เห็นจริงแล้วว่าฉีดได้มาก ฉีดได้เร็ว เอาเรื่องวัคซีนก่อนเรื่องอื่นๆ เพราะเห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้ หากวัคซีนฉีดทั่วถึง เศรษฐกิจย่อมกลับมาฟื้นเร็ว นี่คือเหตุผลที่คนไทยไม่เชื่อมั่นท่านนายกฯ ที่บอกว่าจะฉีด 100 ล้านโดส ภายในสิ้นปี ว่าจะทำได้จริง ประเทศไหนๆ ในโลกก็ล้วนมีข้อดีข้อเสียกันทั้งนั้น แต่เรื่องวัคซีนที่อเมริกาดำเนินการได้รวดเร็ว และฉีดให้หมดทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหน

ทั้งคนอเมริกาเจ้าของประเทศ หรือนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยียน แม้กระทั่งพวกหนีเข้าเมืองคนเม็กซิโก ก็แห่กันมาฉีดเหมือนกัน  เพราะเชื้อโควิดมันแพร่ติดกันได้โดยไม่แบ่งสัญชาติ และเขายึดนโยบายหลักสำคัญว่า ต้องสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ภายในประเทศให้เร็วที่สุด แต่ในเมืองไทย คนต่างชาติ ต่างด้าว ก็เข้าชื่อฉีดในแอพ ”หมอพร้อม” ไม่ได้ จะฉีดได้เฉพาะคนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเท่านั้น  เมื่อเขาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับคนไทย แล้วจะไม่ให้เขาฉีดได้ยังไง? ส่วนบรรดาเจ้าหน้าที่สถานฑูตประเทศต่างๆ ในเมืองไทย ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ โมเดอร์นา กันได้หมด เอาเข้าไทยมาชิวๆ แต่คนไทยได้เฉพาะของห่วย ของช้า ของน้อย

เรื่องนี้จึงต้องยอมรับ อะไรที่ต่างประเทศเขาทำได้ดีกว่าก็น่าชื่นชม และเอาอย่างเขาดีกว่า  ไม่ใช่ยืนกรานหัวชนฝาว่า ตัวเองต้องถูกต้องดีเสมอ อย่างอาจารย์เพี้ยน ที่ออกมาพูดตอบโต้เรื่องคนอยากย้ายประเทศว่า อย่าไปอยู่อเมริกาเลย เพราะเวลาหนาวจับลูกบิดประตูแล้วมันเย็น ทำให้คิดถึงเมืองไทย เลยอยากกลับมาอยู่ นี่มันโง่ หรืออะไรกันวะกับตรรกะแบบนี้? ยิ่งทียิ่งเพี้ยนเข้าไปทุกวัน ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่เอกชนจะซื้อวัคซีนเองก็ไม่ได้ ต้องซื้อผ่านรัฐเท่านั้น ก็ตอนเขาแห่ซื้อวัคซีนกันทั่วโลก เราก็เล่นตัว จะยืนกรานใช้อยู่ 2 ยี่ห้อ เจ้าอื่นไม่เอา ไม่คิดหาทางเลือกเผื่อเหลือเผื่อขาดเอาไว้บ้างเลย เมื่อเอกชนรายใดทำได้ ต้องสนับสนุนเขา ช่วยกันคนละไม้คนละมือ อย่ารวบอำนาจเด็ดขาดไว้ที่รัฐฝ่ายเดียว

นายกฯ เป็นหัวหน้าทุกหน่วยที่ตั้ง ไม่ว่า ศบค. ใหญ่ เล็ก ย่อย เหมาเอาหมด แล้วจะไหวหรือลุงตู่?  พอมีคลัสเตอร์ที ก็สะดุ้งที ออกข่าวรายวันว่าเจรจาได้ยี่ห้อนั้น ยี่ห้อนี้ แต่ไม่บอกว่าได้เมื่อไหร่ หรือได้แค่วัคซีนลมปาก?   นี่นายกฯ ลุงตู่ ว่าจะฉีดได้เป็น 100 ล้านโดส ภายในสิ้นปีนี้ แต่รายละเอียดเรื่องสำคัญอย่างนี้ไม่มีบอก  โถๆ นี่มันยังไม่ถึงกลางปีดีเลยนะครับ อีกตั้งครึ่งปีกว่า ตายกันรายวัน โรงพยาบาลเตียงเต็ม ห้องไอซียูล้น หมอพยาบาลทำงานไม่ได้หยุดได้หย่อน

หาก 100 ล้านโดส ฉีดกันวันละ 500,000 โดส จะใช้ใครฉีดที่ไหน อย่างไร บอกแผนมาหน่อย คนเป็นล้านๆ จะเอาบุคคลากรจากไหนมาฉีด?  ไม่ใช่บอกแค่ ปลายปีฉีดได้ 100 ล้านโดส จบ  ไม่มีแผนอะไรล่วงหน้าสักกะผีก มีแต่แผนฝอยว่าจะเปิดประเทศอย่างโน้นอย่างนี้ คาดว่าเราจะสามารถกลับมาได้เหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว วันนี้รัฐบาลทยอยออกมาตรการลดภาระค่าครองชีพ ระยะสั้น ระยะยาว สินเชื้อ พักชำระหนี้ ลดค่านำ้ ค่าไฟ แจกเงินโครงการเราชนะ เรารักกัน เพิ่มเงินสวัสดิการแห่งรัฐ สานต่อโครงการคนละครึ่ง เพิ่มโครงการใหม่ ยิ่งใช้ยิ่งได้ เป็นแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจล่าสุด แต่ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องวัคซีนสักแอะ ทั้งๆ ที่ “วาระแห่งชาติคือวัคซีน”

“สุขภาพ” และ “เศรษฐกิจ” ต้องไปควบคู่กันทั้งสองด้าน ถึงจะเติมเงินเข้าไปไม่ว่าสักเท่าไหร่ แต่ในเมื่อประชาชนอยู่ในภาวะหวาดกลัวภัยโควิด การค้าธุรกิจก็ซบเซา ประชาชนหมดขวัญกำลังใจ ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรแล้วครับ เพราะห่วงแต่เรื่องโควิด เงินที่รัฐแจกมา มันจะพอใช้ไปได้สักกี่มื้อ?

คำถามเดิมๆ ที่นายกต้องตอบให้ชัด คือ เรื่อง “วัคซีนโควิด”
มาเร็วเท่าไหร่? ฉีดได้มากเท่าไหร่? มันคือสิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุด ณ ขณะนี้ ไม่ใช่เอาเงินปิดปากอย่างเดียว แต่เรื่องวัคซีนยังคงอึมครึม ไม่ชัดเจนเหมือนเดิม ท่านบอกตอนจบวันนี้ว่า “ผมจะไม่ท้อถอย ไม่ท้อแท้” แต่เรียนตามตรง “ประชาชนทั้งท้อถอย และท้อแท้กับท่านมานานแล้วครับ”

Must Read

error: Content is protected !!