หน้าแรกNews Updateเผยเรื่องราว "งางอน" ช้างป่าเขาใหญ่ชื่อดัง ที่ชีวิตโดนใบสั่งตาย เพื่อเอา งาคู่งาม มูลค่า 2 ล้านบาท

เผยเรื่องราว “งางอน” ช้างป่าเขาใหญ่ชื่อดัง ที่ชีวิตโดนใบสั่งตาย เพื่อเอา งาคู่งาม มูลค่า 2 ล้านบาท

( เป็นภาพสุดท้าย ถ่ายโดยนายวัลลภ ขณะที่พระอาจารย์ดนัย ยืนเผชิญหน้ากับ “งางอน” ) ขอย้อนอดีตถึงเหตุการณ์ พลายงางอน ช้างป่าชื่อดังเขาใหญ่ทำร้ายพระอาจารย์ดนัย และนายวัลลภจนเสียชีวิต เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านมาแล้วถึง 34 ปี วันนี้ลุงขอเล่าให้ลูกหลานฟังสั้นๆครับ

Advertisements

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2530 พระอาจารย์ดนัย กัลยาณธัมโม พร้อมพระเณรหลายรูป และญาติโยมมีนายวัลลภ ดอกไม้ กับคนขับรถของนายวัลลภได้พาคณะมาท่องเที่ยวพักผ่อนบนเขาใหญ่

ช่วงเช้าตรู่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2530 พระอาจารย์ดนัย และนายวัลลภ ได้พาคณะออกมาเดินชมธรรมชาติบริเวณสนามกอล์ฟบนเขาใหญ่ และได้พบกับช้างป่าเขาใหญ่ชื่อดัง คือ “งางอน”  ซึ่งพลายงางอนกำลังเดินหาอาหารริมชายป่าตัวเดียว พระอาจารย์ดนัย และนายวัลลภ จึงเดินเข้าไปหาใกล้ๆงางอน เพราะเห็นว่างางอนอารมณ์ดี และจะถ่ายภาพคู่กับงางอนสักครั้ง โดยท่านเดินเข้าไปหยุดตรงหน้างางอนแล้วยกมือขวาขึ้น

Advertisements

พระอาจารย์ดนัยทำท่าคล้ายสะกดจิต”งางอน” แล้วให้นายวัลลภถ่ายภาพ แต่เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้ลืมนึกไปว่า แสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพจะสว่างจ้า คล้ายแสงจากฟ้าแลบ ซึ่งจะทำให้ช้างป่าพลายงางอนตื่นตระหนกตกใจ

เมื่อนายวัลลภเล็งกล้องไปยังพระอาจารย์ดนัยกับ”งางอน” ในระยะกระชั้นชิดแล้วก็กดชัตเตอร์ทันที แสงสว่างจากแฟลชจึงวาบเข้าเต็มหน้าช้างป่างางอน ทำให้ช้างตกใจอย่างกะทันหัน เมื่อโดนแสงของแฟลชเข้าใส่นัยน์ตาเต็มที่

ทำให้งางอนตกใจและมองไม่เห็นอะไรไปชั่วขณะ บวกกับสัญชาตญาณของช้างป่า ทำให้ไอ้งางอนถลันเข้าหา กวาดงวงรัดตัวพระอาจารย์ดนัยเอาไว้ แล้วฟาดท่านกับขาหน้าเต็มแรง

นายวัลลภเห็นเหตุการณ์ผันแปรไปเช่นนั้น ก็ตกใจสุดขีด แผดเสียงร้องให้คนช่วย จนทุกคนที่อยู่บริเวณใกล้ๆได้ยินชัดเจน ขณะนั้นภาพ”งางอน”ก็ปล่อยร่างพระอาจารย์ดนัยลงไปกองกับพื้น แล้วลุยเข้าหานายวัลลภ คนที่ทำให้มันตกใจ ก่อนที่นายวัลลภจะหนีทัน งางอนก็ตวัดงวงรัดตัวเขาเอาไว้แน่น แล้วฟาดกับต้นไม้ใหญ่หลายครั้ง จนนายวัลลภเสียชีวิตทันที

Advertisements

ส่วนพระสงฆ์และเณร กับคนขับรถของนายวัลลภ ได้ยินเสียงร้องก็รู้ว่าเกิดเหตุร้ายแน่ๆ จึงพากันรีบวิ่งเข้าไปดูแล้วก็พบกับภาพสยองขวัญ ซึ่งไม่มีใครสามารถเข้าไปช่วยเหลืออะไรได้แล้ว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันผลักดันให้งางอนกลับเข้าป่า งางอนจึงพาร่างที่ใหญ่โตมหึมาหายลับไปในป่ารกทึบทันที โดยทิ้งเรื่องราวปนเศร้าให้เราคิด สัตว์ป่ากับคนควรมีระยะห่างเท่าใดที่ถือว่าปลอดภัย ซึ่งในวันนี้ก็ครบรอบ 34 ปี ที่เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดดังกล่าวบนเขาใหญ่

“อย่ารู้จักช้างเพียงแค่เป็นช้าง แต่จงรู้จักช้างในสิ่งที่ช้างเป็น เพราะไม่ใช่แค่ความผูกพัน เรายังต้องให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่าง คนกับช้างและธรรมชาติ เพื่ออยู่ร่วมกันตลอดไป”

Advertisements

งางอน คือช้างเขาใหญ่ที่ในอดีตโด่งดัง งางอนมีงายาวงดงาม จะเดินหากินเกือบทั่วทุกพื้นที่เขาใหญ่ แต่ที่โด่งดังสุดๆก็เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2530

งางอนทำร้ายพระอาจารย์ ดนัย กัลยาณธัมโม และนายวัลลภ ดอกไม้ เสียชีวิต เนื่องจากงางอนคิดว่า ท่านทั้งสองจะเข้ามาทำร้ายงางอน ขณะกินอาหารอยู่ใกล้ๆสนามกอล์ฟอุทยานฯเขาใหญ่ ตามที่เขียนด้านบน

Advertisements

แต่ต่อมาเมื่อต้นเดือนตุลาคม 2536 ข่าวที่ทำให้กลุ่มคนอนุรักษ์ช้างป่าถึงกับช๊อค เมื่อทราบข่าวว่า “ไอ้งางอน ช้างคู่เขาใหญ่ ถูกฆ่าตายแล้ว”

งางอนเป็นช้างป่าเขาใหญ่ในอดีตใครๆ หลายคนจะรู้จักกันดี เนื่องจากมีเอกลักษณ์ชัดเจนคืองาคู่งามที่ยาวโค้งดั่งวงพระจันท์ จนถึงวันนี้ตำนานช้างป่างางอนยังถูกกล่าวถึงเสมอๆ และยังมีอีกหลายร้อยคนที่จดจำวีรกรรมงางอนลูกเจ้าพ่อเขาใหญ่ไม่มีลืม  วันนี้ขอเอาข้อมูลเชิงลึกที่กล่าวถึงสาเหตุการตายของงางอน และทุ่งสังหารช้างป่าคู่ตำนานเขาใหญ่มาให้ทราบก็คือ “ทุ่งงูเหลือม”

ทุ่งงูเหลือม เป็นบริเวณที่ราบสลับทิวเขาของเขาใหญ่ มีที่ราบ 2 ผืนติดต่อกัน ผืนใหญ่ชื่อ ทุ่งงูเหลือม ส่วนผืนน้อยชื่อ ทุ่งงูเหลือมน้อย พื้นที่ราบทั้ง 2 แห่งนี้ คือต้นน้ำของน้ำตกเหวนรกและห่างจากที่ทำการอุทยานฯเพียง 20 กิโลเมตร และทุ่งดังกล่าวนี้คือพื้นที่สังหารช้างป่างางอน

การฆ่าเริ่มต้นขึ้นหลังจากรับใบสั่ง ทีมพรานจากโคราชซึ่งเป็น อดีตผกค.เก่า ซึ่งชำนาญในพื้นที่จึงเข้าไปเป็นหน่วยแรกพร้อมอาวุธคือปืนยิงเร็ว แต่ไม่สามารถล่างางอนได้ ต่อมาทีมชุดล่างางอนจาก อ.ประจันตคาม ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพรานมือฉมังอีก 3 คน จึงเข้าไปแทนที่พร้อมด้วยอาวุธปืนไรเฟิลและปืนยิงเร็ว คราวนี้จึงล้มงางอนสำเร็จ

Advertisements

เมื่อพรานล้มงางอนลงแล้ว งาของช้างทั้งสองข้างก็ส่งถึงมือเจ้าของใบสั่ง ซึ่งเป็น กำนันมีอิทธิพลใน อ.กบินทร์บุรี โดยรับค่าจ้างเป็นเงิน 2 แสนบาท ตามน้ำหนัก 28 กิโลกรัม แล้วงาคู่งามก็ถูกส่งต่อให้กับนายทุนใหญ่ในกรุงเทพฯ ด้วยราคาที่เพิ่มขึ้นถึง 2 ล้านบาท  และได้นำงาคู่นี้ออกนอกประเทศ สู่บ้านหลังหนึ่งที่สหรัฐอเมริกา  ในขณะที่ร่างของเจ้างางอน ช้างคู่ผืนป่าเขาใหญ่ ก็ป่นสลายไร้ค่าอยู่ที่ทุ่งงูเหลือม เป็นตำนานคู่เขาใหญ่จนถึงวันนี้ พร้อมกับเรื่องราวงางอนที่เงียบหายไปโดยไม่มีใครยอมรับความผิด แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีหน้าที่ดูแลและปกป้องงางอน ก็ยังปฏิเสธที่จะพูดถึงการตายของงางอน

โดยอ้างเพียงว่าวันนี้ไม่มีศพมายืนยันการตายของ ” งางอน “คิดถึงงางอน…ขอให้ร่างช้างป่าจงสถิตย์คู่บารมีเจ้าพ่อเขาใหญ่ตลอดไป

ขอบคุณที่มาจาก บดินทร์ จันทศรีคำ

Must Read

error: Content is protected !!