หน้าแรกFlash Newsอาจารย์ปรเมศวร์ อัยการดัง!! เผยรูปคดี บาสอาจจะไม่ติดคุก เพราะป้องกันตัว หลังโดนรุม 6 ต่อ 1

อาจารย์ปรเมศวร์ อัยการดัง!! เผยรูปคดี บาสอาจจะไม่ติดคุก เพราะป้องกันตัว หลังโดนรุม 6 ต่อ 1

วันที่ 15 ตุลาคม 2564 กรณีวัยรุ่นเจ้าถิ่นยกพวกล้อมบ้านคู่กรณี ขว้างปาสิ่งของเข้าบ้าน จนทำให้ นายณัฐวุฒิ พึ่งฤกษ์ดี หรือ บาส อายุ 21 ปี ซึ่งอยู่กับแฟนสาวแค่สองคนทนไม่ไหวคว้ามีดสปาต้าและมีดปลายแหลม

Advertisements

โดยมัดผ้ากับมีดกันหลุด เพราะอีกฝ่ายมากันถึง 7 คน โดยได้วิ่งออกไปไล่แทงกันจนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บสาหัส 1 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2564  ล่าสุดในรายการ โหนกระแส อาจารย์ปรเมศวร์ ได้เสนอมุมมองของนักกฎหมาย ว่า

อาจารย์ปรเมศวร์ เผยว่า  เอามุมมองนักกฎหมายทั้งหมดดีกว่า ผมพยายามศึกษาและค้นฏีกามานะ ที่บอกไปเคลียร์ฟันธงไม่ใช่ ถ้าเคลียร์ไม่ต้องเอาอะไรไปปาบ้านเขา สองฎีกาปี 53 น่าสนใจมาก ผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุทำร้ายจำเลยก่อน

Advertisements

เมื่อจำเลยพยายามหลีกหนีการต่อสู้โดยวิ่งหลบหนี แต่ผู้ตายซึ่งถือขวดยังวิ่งไล่ตามจำเลยและขว้างใส่จำเลย เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน เห็นชัดว่าเป็นการต่อเนื่อง อันนี้เป็นการกระทำ ก่อนไปเรื่องป้องกันหรือไม่ป้องกัน อยากให้ดูว่าบาสไปแทงไปฟันเขา เรื่องอาวุธมีด ผมว่าไม่ใช่ ไม่ใช่พาอาวุธติดตัวไปโดยไม่มีเหตุ การตั้งข้อหาต้องตั้งให้เป็น ถ้าหมอปลาเดินถือมีดโดนแน่ แต่ถ้ามีเหตุร้าย ถือมีดออกไปไม่ผิดหรอกครับ

อาจารย์ปรเมศวร์ ยังบอกว่าอันนี้เรียกว่ามีเหตุอันควรเลยต้องพกมีด เพราะกลุ่มนี้ไปหาเรื่องเขา แต่ตร.ไปตั้ง ไม่มีเหตุอันควร?  อาจารย์ปรเมศวร์ : ตั้งไปตามสูตร สองเรื่องฆ่าคนตายกับทำร้ายร่างกาย ฆ่าคนตายไม่รู้บาดแผล แต่เจตนาฆ่าคือเจตนาฆ่า เจตนาทำร้ายคือเจตนาทำร้าย แต่คำถามที่สอง

Advertisements

มีเหตุที่จะทำมั้ย มนุษย์มีสิทธิ์ป้องกันตนเอง กฎหมายเขียนชัด ทุกคนมีสิทธิ์ป้องกันอันตรายที่เขวี้ยงมาในบ้าน มาทำร้าย เราไม่แน่ใจจะทำร้ายแฟนเขามั้ย ถ้าเหตุนั้นเป็นการป้องกันตัวอันสมควรแก่เหตุ น้องไม่มีความผิด ยิ่งถูกรุมทำร้ายเป็นการป้องกันแล้วล่ะ ตอนแรกคิดว่าจะบันดาลโทสะ แต่กรณีนี้ไม่ใช่บันดาลโทสะ เป็นการป้องกันตัว คำถามที่สองพอสมควรแก่เหตุมั้ย หมายถึงหยุดยั้งได้มั้ย สมมติมีกรณีคนถูกแทงเสียชีวิต ถ้าหยุดกระทำแล้วไปแทงอาจเกินกว่าเหตุ หยุดไม่ให้เขาทำร้ายเราก็จบ แต่ถ้าเกินกว่านั้นจะเกินกว่าเหตุ ถ้าไม่เกินกว่าเหตุ ไม่ผิด ทีนี้ติดใจอยู่อันนึง ป้องกันตัวเราไม่ได้เริ่ม เขาเริ่มนะ สองเป็นเหตุการณ์ที่ต่อเนื่อง สามคือป้องกัน ที่ติดใจ ฝั่งโน้น 6-7 คนไม่โดนดำเนินคดีเลยเหรอ

Advertisements

อาจารย์ปรเมศวร์  เผยอีกว่า ถ้าภาพปรากฏแบบนี้ ไปรุมทำร้ายเขา คุณต้องดำเนินคดี วันนี้สำนวนต้องตั้งแล้ว ว่าพวกนี้รุมก่อเหตุทำร้ายร่างกาย

โดยคุณหนุ่มได้ ถามกลับไปว่า  ตำรวจตั้งหลักหรือเปล่า เมื่อวานขอโฟนอิน ผู้กำกับยังไม่โฟน? แล้วทางอาจารย์ปรเมศวร์ เผยว่า ไม่ต้องตั้งหลักหรอก อันนี้พนักงานสอบสวนกล่าวโทษได้เลย เราชอบติดว่าไม่มีผู้เสียหายมาแจ้ง เราไม่ต้องรอให้เขาแจ้ง อะไรที่เป็นอันตรายต่อสังคม ตั้งข้อหาเลย ผมเรียนว่าคดีนี้ความยุติธรรมต้องเกิด ถ้าพนักงานสอบสวนสอบครบทุกปาก สอบป้า สอบคนส่งคลิป ผมว่าข้อเท็จจริงจะยุติได้ เรียนท่านทนาย ถ้าจะให้การก็ให้การให้ชัด ให้การเท่าที่เห็น ไม่ต้องต่อเติม ถ้าความจริงปรากกฎในชั้นอัยการ อัยการอาจสั่งไม่ฟ้องได้ เพราะไม่เป็นการกระทำความผิด

พี่หนุ่มถามอีกว่า หมายถึงไม่ติดเลยนะ?
อาจารย์ปรเมศวร์ : อาจไม่ติด เพราะกฎหมายมีสิทธ์ให้เราป้องกันตนเอง ภยันตรายมาถึงเขายังไม่ออกไป จนกระทั่งมีการทำลายทรัพย์สิน เริ่มบุกรุก ก็ไปป้องกันตัวเอง อันนั้นเป็นสิทธิมนุษย์ทุกคนพึงมี ไม่ใช่ให้เขามาตบหัวตบกะโหลก ต้องเข้าใจก่อน ต้นทางกระบวนการยุติธรรมอยู่ที่พนักงานสอบสวน

Advertisements

แต่แล้วแต่เหตุ ต้องสมดุลกันแล้วแต่เหตุ มีเหตุอันเหมาะสม อย่างลุงวิศวะ เขาบอกไม่สมเหตุสมผล ยิงเขาขึ้นฟ้าก็ได้ ไม่ต้องยิงที่คน อย่างลุงวิศวะศาลเขียนไว้หน่อยนึงว่าผู้ตายมีส่วนก่อขึ้นก่อน ถ้าน้องก่อขึ้นก่อน น้องปฏิเสธไม่ได้ แต่อันนี้น้องไม่ได้ก่อขึ้น ดูทีละช็อต ผมไม่รู้สำนวนทำยังไง แต่ความยุติธรรมทั้งหมดอยู่ที่พนักงานสอบสวน ถ้าคุณรวบรวมคลิปครบ พยานคุณป้า คนส่งคลิปพูด ผมว่าความยุติธรรมเกิด ผมไม่รู้บาดแผลเป็นยังไงนะ ต้องไปวิเคราะห์บาดแผล

พี่หนุ่มได้ ถามไปเพิ่มเติมอีกว่า เขาบอกบางคนโดนประมาณสิบแผล?
ปรเมศวร์ : เพราะมีการต่อสู้ การตั้งข้อหาฆ่าคนตายอาจตอนแทงคอหรือเปล่าไม่รู้แต่ข้อหาอื่นคือข้อหาทำร้าย ผมถึงบอกว่าอยากรบกวนพนักงานสอบสวน สอบให้ครบ ตั้งข้อหาทุกคนให้ครบ ต้องแจ้งให้ครบ มันร่วมกันอยู่แล้ว คน 6-7 คนจะยืนให้เขาชกเฉยๆ เหรอ แค่กระทืบอย่างเดียวก็ตายแล้ว คำว่าพาอาวุธติดตัวโดยไม่มีเหตุ เหมือนแท็กซี่เอาไม้เบสบอลไว้ในรถ ถามว่านั่นอาวุธมั้ย พาไปทำไม พาไปเพื่อเป็นอาวุธ

Advertisements

พร้อมกันนี้ ทาง อาจารย์ปรเมศวร์  ได้บอกเพิ่มเติมอีกว่า ความเป็นธรรม ยุติธรรมต้องเกิด กระบวนการยุติธรรมจะมีตำรวจ อัยการ ศาล ทนาย ราชทัณฑ์ วันนี้ต้องคิดกันใหม่ มีสื่อสารมวลชนเป็นห่วงที่หกที่จะทำให้เกิดความยุติธรรม ถ้าไม่ออกข่าวเป็นเรื่องให้รับรู้บางทีความยุติธรรมก็ไม่เกิด นี่คือกระบวนการยุติธรรมภาคสังคมที่ต้องเกิด

Must Read

error: Content is protected !!