หน้าแรกNews Updateแพทย์หญิง เผยเหตุผลทั้งหมด!! พร้อมยอมรับที่เห็นแก่ตัว พาพี่สาว-แม่ฉีด ‘ไฟเซอร์’

แพทย์หญิง เผยเหตุผลทั้งหมด!! พร้อมยอมรับที่เห็นแก่ตัว พาพี่สาว-แม่ฉีด ‘ไฟเซอร์’

จากกรณีคุณหมอ คนนึง เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลนบพิตำ นครศรีธรรมราช เป็นหมอที่ตกเป็นข่าว พาพี่สาว-แม่ฉีด ‘ไฟเซอร์’ โดยกรณีที่ วันที่ 13 สิงหาคม 2564 ทาง โรงพยาบาล นบพิตำ

Advertisements

จะทำการฉีดวัคซีนให้บุคลากรด้านหน้าจำนวน 66 คน โดยเบิกวัคซีนไฟเซอร์มา 11 ขวด กระทั้งเวลาประมาณบ่ายโมง หมอคนนี้ได้เดินมาที่จุดฉีดวัคซัน ถามทีมฉีดวัคซีนว่า มีวัคซีนเหลือก้นขวดบ้างไหม

ทีมฉีดวัคซีนก็ตอบว่า บางขวดก็เหลือ บางขวดไม่เหลือ โดยวัคซีนที่เหลือโด๊สที่ 7 ก่อนขวดนั้น ไม่มีใครรับรองว่ามีคุณภาพหรือไม่ เขาจะไม่ให้ฉีดให้ใครเพราะอาจจะไม่ได้คุณภาพ

Advertisements

“ โดยหมอบอกว่า ขวดที่เหลือหมอขอได้ไหมเพื่อจะฉีดให้แม่กับพี่สาว จึงโทรไปให้พี่สาวที่ช่วยงานในคลินิกหน้า ม.วลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา ให้ขับรถพาแม่มาด้วย โดยบอกกับพี่สาวและแม่ว่ามีวัคซีนก้นขวดที่เขาทิ้งแล้วจะเอาไหม ฉีดไหม พี่สาวบอกว่าเอา วัคซีนอะไรก็ได้ ขอให้ได้ฉีด และด้วยความบริสุทธิ์ใจ ก็เอาวัคซีนก้นขวดที่เหลือมาฉีดให้พี่สาว จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่แจ้งเรื่องให้

Advertisements

พอทาง ผอ.รพ.ทราบ ท่าน ผอ.จึงสั่งระงับการฉีดวัคซีนให้บุคคลภายนอก ดังนั้น แม่จึงยังไม่ได้ฉีด ตามที่เป็นข่าวทางสื่อบางสังกัดว่า หมอเบียดบังเอาเอาวัคซีนโด๊สที่ 6 ฉีดให้แม่นั้นไม่เป็นความจริง “

หมอ กล่าวอีกว่า เมื่อพี่สาวมาถึง หมอจึงให้เข้าไปนั่งในจุดที่ฉีดวัคซีน เพราะหมอมีความบริสุทธิ์ใจในการฉีดวัคซีนก้นขวดให้พี่สาว บุคลากรด่านหน้าที่ต้องรับวัคซีนทุกคนก็นั่งอยู่ ซึ่งหมอไม่มีทางที่จะเบียดบังไปแย่งวัคซีน เอาของเขามาฉีดให้พี่สาวและแม่ ยืนยันว่าวัคซีนที่ฉีดให้พี่สาวเป็นวัคซีนที่ทิ้งแล้ว และเขาจะไม่แนะนำให้เอามาฉีดให้กับบุคลากรด่านหน้า หากมีเหลือก็ทิ้ง หมอคิดว่าอย่าทิ้งเถอะมันเสียดาย หากหมอไม่บริสุทธิ์ใจจริงๆ หมอก็บอกพยาบาลว่าหมอเอาไปฉีดให้พี่สาวเอง ฉีดในห้องหมอ ในรถก็ได้ หรือจุดไหนก็ได้ไม่ให้ใครเห็น ไม่มีใครรู้ แต่ด้วยความที่หมอบริสุทธ์ใจ และคิดน้อยไป จึงให้พยาบาลฉีดให้พี่สาวนะจุดๆนั้น จนเป็นเหตุให้คนบางคนที่เห็นเหตุการณ์อาจจะไม่เข้าใจ และวิตกกังวลลว่าหมอไปแย่งวัคซีนของบุคลากรด่านหน้ามาหรือเปล่า

Advertisements

“มันเป็นวัคซีนที่เหลือก้นขวดทิ้งถังขยะจริงๆ ทุกคนที่นั่งอยู่ก็เห็น บุคลากรด่านหน้าที่ 66 คน ทุกคนได้รับวัคซีน ยอมรับว่าหมอให้พี่สาวพาคุณแม่มาด้วย แต่แม่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนแต่อย่างใด เพราะหลังฉีดให้พี่สาวก็มีบุคลากรบางท่านรายงานให้ ผอ.รพ.นบพิตำ ว่ามีการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ของบุคลากรด่านหน้าให้กับบุคคลภายนอก ซึ่งเขาก็ทำถูกต้องแล้ว จนทาง ผอ.รพ.กำชับไม่ให้ฉีดให้บุคคลภายนอก แต่หมอเองก็น้อยใจว่า เราทำงานสุ่มเสี่ยงตรงนี้มาต่อเนื่อง แต่เราไม่สามารถที่จะเอาวัคซีนก้นขวดทิ้งไปแล้วกลับมาฉีดให้กับแม่และพี่สาวของเราไม่ได้ เพื่อให้เขาปลอดภัย เพราะทุกวันที่หมอมาทำงานที่ รพ.นบพิตำ คลุกคลีกับผู้ป่วยรวมทั้งบุคลากรที่ติดเชื้อก็มี และหมอต้องกลับไปนอนกับแม่กับพี่สาว

Advertisements

ที่ผ่านมาหมอเองเป็นคนเสี่ยงและเสียสละอยู่ด่านหน้า แต่หมอไม่สามารถที่จะดูแลปกป้องคนในครอบครัวของตัวเองได้เลย นี่คือความเห็นแก่ตัวของหมอเอง หมอก็โทษประชาชนทุกคนจริงๆ ที่หมอเห็นแก่ตัว มันเป็นประเด็นที่อ่อนไหวจริงๆ”

พร้อมกล่าว อีกว่า หมอน้อยใจ เสียใจมาก ที่เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น จึงได้ตัดสินใจยื่นใบลาออก และสุดท้ายได้คิดทบทวนตัวเองว่าสิ่งที่หมอทำมันถูกไหม เราชิงลาออกแบบนี้เราได้อะไรกับการลาออก ประกอบกับหมอที่ รพ.นบพิตำ มีน้อยมาก ส่วนหนึ่งต้องไปช่วย รพ.บุษราคัม และยังจะต้องเปิด รพ.สนามนบพิตำ ถ้าหมอออกจะมีหมอไม่เพียงพอ เพราะเป็น รพ.ขนาดเล็ก ล่าสุด ตัดสินใจกลับมาโรงพยาบาลและไปเอาใบลาออกกลับคืนมา

Advertisements

“ฉันจะสู้ ฉันจะสู้ก่อนเพื่อคนนบพิตำ สู้เพื่อคนไข้และจรรยาบรรณ แม้ว่าข่าวที่เกิดขึ้นและถูกโจมตีอย่างหนักมันบั่นทอนความรู้สึก บั่นทอนจิตใจตัวหมอเอง จากความเห็นแก่ตัวของหมอที่อยากให้คนที่เรารักคือแม่และพี่สาวได้ปลอดภัย มีชีวิตอยู่กับเราไปนานๆ  หมอกราบขออภัยด้วย  หมอขอโทษนะคะ ที่หมอคิดน้อยไป

Advertisements

แพทย์หญิง ยังกล่าวต่อไปอีกว่า เรียกร้องขอวัคซีนให้กับบุคลากรด่านหน้ามาตลอด วันนี้ถ้าใครได้เห็นคลิปนี้ ไม่ว่ารัฐบาลหรือใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องรีบนำวัคซีนมาฉีดให้บุคลากรด่านหน้าเถอะ ตัวหมอเองไม่อยากฉีดเข็ม 3 อยากเอาเข็มที่ 3 ไปฉีดให้แม่หรือคนที่เรารัก ทุกคนรักแม่รักครอบครัว

Must Read

error: Content is protected !!