หน้าแรกNews Updateศบค.เตือน หากติดโควิด 'ไม่โหลดแอปฯ หมอชนะ' มีความผิดตามกฎหมาย โทษจำคุก 2 ปี

ศบค.เตือน หากติดโควิด ‘ไม่โหลดแอปฯ หมอชนะ’ มีความผิดตามกฎหมาย โทษจำคุก 2 ปี

วันที่ 7 มกราคม 2564 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กล่าวตอนหนึ่งในระหว่างการแถลงข่าวสถานการณ์ติดเชื้อโควิดประจำวัน ถึงสาระสำคัญของข้อกำหนดในมาตรา 9

แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับที่ 17 ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2564 ว่าสาระสำคัญของข้อกำหนดฉบับนี้มี 3 ข้อคือ

1.การยกระดับการบังคับใช้มาตรการป้องกันโรค เน้นย้ำว่าประชาชนต้องมีแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือเพื่อติดตามตัว เดิมใช้ “ไทยชนะ” อยู่ แต่หลังจากนี้ต้องมีการติดตั้งแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” ด้วย โดยให้ประชาชนติดตั้งแอปฯ “หมอชนะ” ควบคู่การใช้แอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” โดยเฉพาะบุคคลที่อยู่

ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด โดยที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก เห็นว่าต่อไปนี้หากพบว่าผู้ติดเชื้อโควิด ไม่มีการติดตั้งแอปฯ “หมอชนะ” จะถือว่าละเมิดกฎหมายตามข้อกำหนดนี้ เพราะมีหลายครั้งที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดตามไทม์ไลน์ของผู้ป่วยได้ ดังนั้นแอปฯ “หมอชนะ” จะเป็นคำตอบของการระบาดในระลอกนี้

2. ยกระดับพื้นที่ควบคุมสูงสุดที่จำเป็นต้องมีมาตรการเข้มงวดอย่างยิ่ง โดยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางคมนาคมและยานพาหนะของประชาชน ที่เดินทางเข้าออกเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ได้แก่ จันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง และสมุทรสาคร เพื่อสกัดคัดกรองคนเข้าออกพื้นที่ โดยให้ตั้งจุดตรวจหรือจุด

สกัดเพื่อคัดกรองการเดินทางเข้าออกพื้นที่อย่างเข้มข้น และให้ผู้ที่อยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดติดตั้งและใช้ระบบแอปฯ “หมอชนะ” โดยบุคคลที่จะออกนอกพื้นที่ ต้องแสดงเหตุผลความจำเป็น บัตรประชาชน บัตรแสดงตนอื่นๆ ควบคู่กับเอกสารรับรอง ต่อเจ้าหน้าที่

3.ปราบปรามลงโทษผู้กระทำผิดอันเป็นเหตุให้เกิดการระบาด ดำเนินการกับผู้ปล่อยปละละเลย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เอื้ออำนวยหรือสมรู้ร่วมคิด ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบขนย้ายแรงงานเถื่อนและบ่อนพนัน อันเป็นต้นตอของการระบาดเชื้อโควิดรอบใหม่

สำหรับโทษของผู้ฝ่าฝืน จำคุกไม่เกินสองปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยผู้จงใจปกปิดข้อมูลเดินทาง ถือว่ามีความผิดด้วย โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค.2564 เป็นต้นไป

Must Read

error: Content is protected !!