Advertisement
Loading...

วันนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทยและประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท) นายถาวร เสนเนียม อดีตแกนนำ กปปส.และสส.สงขลาพรรคประชาธิปัตย์,  นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีตแกนนำ กปปส.และสส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์, นางสาว อัญชะลี ไพรีรัก อดีตพิธีกรเวที กปปส. และแนวร่วม กปปส. เดินทางมาศาลอาญา เพื่อสืบพยานโจทก์นัดแรก คดีกบฏ กปปส. ย้ำสนับสนุน”บิ๊กตู่”เป็นนายกรัฐมนตรี

นายสุเทพ สัมภาษณ์ว่า พวกตนและบรรดาจำเลย ทั้ง 2 รุ่น รุ่นแรก คือ แกนนำ 9 คน และจำเลยรุ่นที่ 2 รวม 14 คน เป็นจำเลยคดีต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมล้างผิดนายทักษิณ ชินวัตร ศาลได้นัดให้มาตรวจหลักฐานพร้อมกันในวันนี้  ฐานเป็นกบฏต่อแผ่นดิน, เป็นอั้งยี่, ซ่องโจร, ทำผิด พ.ร.ก.บริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน, บุกรุกสถานที่ราชการ, ขัดขวางการเลือกตั้ง ที่ถูกฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายกว่า 3,100 ล้านบาท ดูแล้วศาลคงอยากให้คดีจบก่อนสิ้นปี 2562

นายสุเทพยอมรับว่า ผู้ที่ถูกดำเนิคดีทุกคนย่อมมีความกังวลบ้าง แต่เราเป็นพลเมืองที่ยึดมั่นในชาติ, ศาสนาและพระมหากบัตริย์ ก็จะสู้ไปตามกระบวนการยุติธรรม ต้องรวบรวมพยานหลักฐานมาสู้ เหตุเกิดมา 5-6 ปีแล้ว บางทีหาหลักฐานยาก หากพี่น้องประชาชนมีหลักฐานอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ช่วยกรุณาส่งมาเป็นพยานหลักฐานให้กับพวกเราได้

ผู้ที่เป็นจำเลยทุกคน ไม่ได้มีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหา บางคนเพียงแค่ขึ้นเวทีปราศรัยให้ความรู้กับประชาชน บางคนก็เพียงแค่ไปชุมนุมเป็นครั้งคราวเท่านั้น วันนี้พวกตนจะยื่นคำร้องต่อศาล ขออย่าได้นำคดีทั้ง  2 สำนวน หรือเอาจำเลยทั้ง 23 คน มารวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันเลย เพราะจะไม่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี จึงให้ศาลแยกพิจารณาเป็นคดีๆ ไป แต่หากสุดท้ายศาลมีคำสั่งว่า เพื่อความสะดวกให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน หรือมีคำสั่งใด เราก็ต้องยอมรับเช่นนั้น

แน่นอนตนและแกนนำ กปปส. รวม 9 คน ต้องรับผิดชอบทุกข้อหาอยู่แล้ว และยินดีที่จะเข้ารับการพิจารณาเป็นชุดแรก แต่บรรดา 14 คนที่ยื่นฟ้องมาชุดหลัง อยากให้ศาลได้พิจารณาว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้อัยการถอนฟ้องไปก่อน เพื่อสอบสวนใหม่ให้ชัดเจนว่า พฤติกรรมของแต่ละที่เกี่ยวข้องในการชุมนุม  ที่แท้จริงแล้วมีอะไรบ้าง ก็ฟ้องไปตามนั้น เช่นถ้าผิดฐานขัดขวางเลือกตั้ง ก็ฟ้องข้อหาขัดขวางการเลือกตั้ง แต่บางคนแค่มาขึ้นเวทีปราศรัย หากสำนักงานอัยการยังยึดหลักความยุติธรรมอยู่ ควรให้โอกาสจำเลย

นายสุเทพยังให้ความเห็นเรื่องการเมืองด้วยว่า ในฐานะประชาชนอยากเห็นบ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ เกิดความสงบเรียบร้อย ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน การที่พรรคการเมืองร่วมมือกันพาประเทศไปข้างหน้า ต้องอนุโมทนา จุดยืนพรรครวมพลังประชาชาติไทยคือสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเชื่อมั่นว่าจะพาบ้านเมืองก้าวไปข้างหน้า สงบเรียบร้อยและเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต

Loading...
Advertisement